บ้านและที่พักอาศัย
กำลังสร้างบ้านใหม่อยากออกแบบให้กันเสียงจากภายนอกเริ่มต้นยังไง
บ้านสร้างใหม่ที่ต้องการกันเสียงจากภายนอกควรเริ่มจากผนังกรอบอาคารก่ออิฐมอญแดง เลี่ยงประตูที่เปิดออกนอกบ้านในห้องที่ต้องการความเงียบ ใช้หน้าต่างบานเปิดเดี่ยวขนาดเล็กที่สุดที่พอใช้งาน และใช้ฝ้าฉาบเรียบที่ไม่เจาะช่องดาวไลท์ หากเสียงดังมากให้ก่ออิฐสองชั้นกรุฉนวนกันเสียง ISO NOISE และทำฝ้าสองชั้น
ออกแบบบ้านใหม่ให้กันเสียงจากภายนอก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
วิธีการออกแบบบ้านให้มีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงจากภายนอกบ้านได้ มีปัจจัยที่ต้องคำนึงอยู่ประมาณ 5 ข้อดังต่อไปนี้
ถ้าไม่สะดวกอ่าน เลื่อนลงไปล่างสุด มี VDO สรุปให้ฟัง

ข้อแรก: ผนังกรอบอาคารควรก่อด้วยอิฐมอญแดง
แนะนำให้ก่ออิฐผนังบ้าน โดยเฉพาะผนังที่เป็นกรอบอาคารของตัวบ้าน เป็นผนังก่ออิฐมอญแดง เพราะมีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงทะลุผ่านได้ดี เนื่องจากมีน้ำหนักเยอะ และการก่อมีความแน่นหนาแข็งแรง
ไม่ควรใช้อิฐมวลเบาในการก่อผนังกรอบอาคาร เพราะกันเสียงได้น้อยกว่าเยอะ แม้ว่าจะกันความร้อนได้ดีกว่า
การแก้ปัญหาความร้อนจากผนังสามารถออกแบบชายคาบ้านให้ยื่นออกมาอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อสร้างร่มเงาให้แก่ผนังบ้านได้แทน

บ้านใกล้ทางด่วน สถานบันเทิง หรือสนามบิน ควรทำผนังอย่างไร
แนะนำให้ก่ออิฐมอญสองชั้น กรุภายในด้วยฉนวนกันเสียง ISO NOISE จะทำให้มีค่าการกันเสียงที่สูงมาก สามารถป้องกันเสียงดังระดับสูงได้ดี
วิธีนี้เหมาะกับกรณีที่คิดว่าผนังก่ออิฐมอญชั้นเดียวยังกันเสียงไม่เพียงพอ หรือบ้านอยู่ใกล้ทางด่วน สถานบันเทิง หรือสนามบิน

ข้อที่สอง: ไม่ควรมีประตูเปิดออกนอกบ้านในห้องที่ต้องการความเงียบ
สำหรับห้องที่ต้องการป้องกันเสียงเยอะ ๆ ไม่ควรติดตั้งประตูที่สามารถเปิดออกไปภายนอกบ้านไว้ภายในห้อง ควรเปลี่ยนตำแหน่งประตูมาไว้ที่ห้องโถงนอกห้องนอน จะสามารถป้องกันเสียงได้ดีกว่า
ประตูเป็นจุดอ่อนสำคัญที่เสียงสามารถทะลุผ่านเข้ามาภายในห้องได้ง่าย แม้ว่าจะใช้ประตูกันเสียงคุณภาพดีแล้วก็ตาม ประตูก็ยังกันเสียงสู้ผนังไม่ได้อยู่ดี

ข้อที่สาม: หน้าต่างแบบไหนกันเสียงได้ดี
หน้าต่างที่กันเสียงได้ดีควรเป็นหน้าต่างแบบบานเปิดเดี่ยว ไม่ควรใช้หน้าต่างประเภทบานเลื่อนหรือบานเปิดคู่ และควรกำหนดให้หน้าต่างมีขนาดเล็กที่สุดที่เพียงพอต่อการใช้งานเท่านั้น
โดยปกติ หน้าต่างกันเสียงที่นิยมใช้จะมีขนาด 80*100 ซม ซึ่งขนาดนี้พอให้คนสามารถลอดตัวออกมาภายนอกห้องได้ผ่านทางหน้าต่าง

ระบบหน้าต่างกันเสียงแบบ 2 ชั้น
กระจกก็เป็นจุดอ่อนที่เสียงเข้าได้ง่ายอยู่ดี ดังนั้นหากต้องการให้หน้าต่างมีค่าการกันเสียงที่เพิ่มสูงขึ้น ให้ติดตั้งระบบหน้าต่าง 2 ชั้น
วิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือ ให้ด้านหนึ่งผลักออกไปนอกตัวบ้าน และอีกด้านหนึ่งดึงเข้ามายังภายในตัวบ้าน

ควรเลือกกระจกแบบไหนสำหรับหน้าต่างกันเสียง
แนะนำให้เลือกกระจกที่หนาที่สุดที่งบประมาณเจ้าของบ้านจ่ายไหว ไม่จำเป็นต้องใช้กระจกอินซูเลท หรือลามิเนต เพราะผลการวัดค่าการกันเสียงแทบไม่ต่างกัน
ข้อที่สี่: ฝ้าเพดานต้องเป็นฝ้าฉาบเรียบ ไม่เจาะช่องดาวไลท์
ฝ้าเพดานเป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะฝ้าเพดานของห้องที่อยู่ชั้นบนสุดของบ้าน ซึ่งเหนือฝ้าเพดานขึ้นไปเป็นโถงหลังคา ฝ้าเพดานจะต้องเป็นฝ้าฉาบเรียบและไม่เจาะช่องดาวไลท์
- ห้ามใช้ฝ้าทีบาร์โดยเด็ดขาด เพราะฝ้าทีบาร์ไม่สามารถป้องกันเสียงทะลุผ่านได้เลย
- แทนการใช้ไฟดาวไลท์แบบฝังฝ้า ควรเปลี่ยนมาเป็นโคมไฟลอยที่มีการออกแบบคล้ายไฟดาวไลท์ จะป้องกันเสียงได้ดีกว่า เพราะการติดตั้งมีเพียงแค่การเจาะรูเพื่อแหย่สายไฟเพียงอย่างเดียว ทำให้เสียงผ่านเข้ามาในบ้านได้ยาก


สุดท้าย: ทำฝ้าสองชั้นเมื่อต้องการกันเสียงเยอะ ๆ
การติดตั้งระบบฝ้าสองชั้นจะช่วยป้องกันเสียงทะลุผ่านจากด้านบนได้เยอะมาก
เหมาะกับกรณีที่ต้องการให้ฝ้ากันเสียงได้เยอะ ๆ เช่น บ้านใกล้สนามบิน หรือมีเสียงไก่ขัน นกร้องที่ดังมากจนนอนไม่หลับ





