สำนักงานและห้องประชุม
เทคนิคการออกแบบระบบผนังกันเสียงและระบบฝ้ากันเสียงเพื่อเก็บเสียงภายในห้องประชุมในอาคารสำนักงาน ด้วยฉแผ่นกันเสียง ISO-NOISE
ห้องประชุมเก็บเสียงไม่ได้เพราะรอยรั่วที่ประตู หน้าต่าง ผนัง เสียงอ้อมผ่านฝ้า เสียงลอดท่อแอร์ และผนังกันเสียงไม่พอ การแก้ที่ได้ผลและประหยัดคือออกแบบตั้งแต่ต้น ทั้ง Layout ห้อง แนวท่อแอร์ ฝ้ากันเสียง ตำแหน่งประตู และเลือกระบบผนังระดับ STC 40 หรือ STC 50 ตามความจริงจัง
ปัญหาเสียงห้องประชุมดังทะลุออกภายนอก
ปัญหาที่มีผู้สอบถามวิศวกรบ่อยมาก หรือขอให้เข้าไปสำรวจเพื่อวิเคราะห์แนวทางแก้ไข คือเสียงภายในห้องประชุมในอาคารสำนักงานดังทะลุออกภายนอก ทำให้ใช้งานพื้นที่สำนักงานที่เช่ามาแสนแพงได้ไม่เต็มที่ เช่น
- ไม่สามารถใช้ห้องประชุมพูดคุยหารือเรื่องสำคัญหรือเรื่องที่เป็นความลับได้ เพราะคนข้างนอกได้ยินเสียงภายในห้อง
- เสียงจากกิจกรรมภายในห้องประชุมหรือห้องสัมมนา ดังทะลุมารบกวนห้องทำงานที่ต้องการใช้สมาธิ
ปัญหาเหล่านี้แก้ไขทีหลังได้ยากมาก การออกแบบที่ดีแต่แรกจะป้องกันปัญหาได้เป็นอย่างดีและประหยัด แต่หากมาแก้ทีหลัง นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายมากแล้ว บางทีก็ไม่สามารถแก้ไขได้เลย
วิศวกรจึงเขียนบทความนี้เพื่อแชร์ความรู้ให้ผู้สนใจได้ศึกษา และให้ผู้ใช้งานได้ใช้ห้องอย่างเต็มที่
ทำไมห้องประชุมถึงเก็บเสียงไม่ได้
สรุปสาเหตุหลักที่ทำให้ห้องประชุมเก็บเสียงไม่ได้
- มีรอยรั่วบริเวณประตู หน้าต่าง หรือผนัง ทำให้เสียงลอดผ่านออกมาภายนอก
- เสียงเดินทางอ้อมฝ้าจากภายในห้องออกมาภายนอก โดยเฉพาะฝ้าทีบาร์ และโคมไฟดาวไลต์
- เสียงเดินทางลอดท่อแอร์ออกมาภายนอก
- ผนังมีประสิทธิภาพกันเสียงไม่เพียงพอ เมื่อห้องประชุมมีเสียงดังมาก ๆ จึงกันไม่อยู่
- บางห้องมีทุกข้อรวมกัน
เสียงเดินทางผ่านระหว่างห้องได้ในรูปแบบไหนบ้าง
ลักษณะของเสียงที่ลอดออกมาจากห้องแบ่งได้ตามหมายเลขในรูปดังนี้

- เสียงเดินทางทะลุผ่านผนังที่กั้นระหว่างห้องโดยตรง
- เสียงเดินทางผ่านช่อง Return ของแอร์ เดินทางผ่านฝ้า และใต้พื้นที่ช่องอากาศ
- เสียงเดินทางผ่านรอยรั่ว หรือช่องเปิดของประตู/หน้าต่าง อ้อมข้ามไปอีกห้อง
- เสียงลอดผ่านรอยรั่วของผนัง
ควรออกแบบห้องประชุมอย่างไรให้เก็บเสียงได้
แบ่งเป็นข้อ ๆ เพื่อใช้เป็น Check list ในการออกแบบได้ดังนี้
- วางแผนในการจัด Layout ห้องให้เหมาะสมในการใช้งาน
- แนวการวางท่อแอร์ ทั้ง Supply และ Return มีความสำคัญ
- ถ้าทำผนังชนท้องฝ้าคอนกรีตด้านบนไม่ได้ จะต้องทำฝ้าให้กันเสียงได้
- ถ้าซีเรียสเรื่องเก็บเสียงจริง ๆ แนะนำอย่าใช้โคมดาวไลต์
- ตำแหน่งประตู และหน้าต่างของห้องมีความสำคัญ
- เสียงแอร์ช่วยได้เยอะ
วางแผนจัด Layout ห้องให้เหมาะสมกับการใช้งาน
หลักการจัดวาง Layout เพื่อช่วยป้องกันเสียงมีดังนี้
- หลีกเลี่ยงแปลนที่วางห้องที่ใช้เสียงให้อยู่ติดกัน หรืออยู่ตรงข้ามกันพอดีกับห้องที่ต้องการความเงียบสูง
- เอาห้องที่ไม่ซีเรียสเรื่องเสียงมากั้นระหว่างห้องที่มีเสียงดังกับห้องที่ต้องการความเงียบได้เช่นกัน
- ถ้าหลีกเลี่ยงการเอาห้องที่เสียงดังมาติดกับห้องที่ต้องการความเงียบสูงไม่ได้ จะต้องออกแบบผนังและฝ้าให้กันเสียงให้ได้

แนวการวางท่อแอร์ ทั้ง Supply และ Return สำคัญอย่างไร
แนวการวางท่อแอร์เป็นสิ่งสำคัญและต้องวางแผนตั้งแต่ต้นของการก่อสร้าง หากเกิดปัญหาแล้วการแก้ไขจะยุ่งยากมาก หรือหลายกรณีอาจแก้ไขอะไรไม่ได้เลย
ปัญหาที่เจอคือการวางแนวท่อแอร์ทะลุเชื่อมกันทุกห้อง เมื่อเสียงขึ้นท่อแอร์ไปก็จะวิ่งกระจายไปห้องอื่น ๆ ทำให้ได้ยินเสียงในห้องชัดเจน เรียกว่า Cross-Talk noise
หากรู้แต่แรกว่าห้องไหนเป็นห้องประชุมที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือความลับ ให้ออกแบบแนวท่อแอร์โดยพยายามให้วิ่งอ้อมและสร้างอุปสรรคให้เสียง เช่น กรุวัสดุดูดซับเสียงไว้ในท่อแอร์ จะช่วยป้องกันเสียงข้ามระหว่างห้องได้ ดังตัวอย่างในรูป

ถ้าทำผนังชนท้องฝ้าคอนกรีตด้านบนไม่ได้ ต้องทำฝ้าให้กันเสียงได้
อีกสาเหตุหลักที่เกี่ยวกับการเก็บเสียงและเจอบ่อยมาก คือการก่อสร้างผนังไม่ชนท้องพื้นคอนกรีตด้านบน ทำผนังสูงแค่เสมอแนวฝ้า เนื่องจากสาเหตุต่อไปนี้
- ต้องการช่องว่างด้านบนเพื่อเดินระบบไฟฟ้า ท่อแอร์ ท่อดับเพลิง และทำการซ่อมแซมได้ง่าย
- ใช้ระบบแอร์แบบที่ใช้โถงฝ้าด้านบนเป็นช่อง Return แอร์ หมายความว่าไม่เดินท่อ Return แต่เอาโถงฝ้ามาทำ Return เลย คือดึงลมจากโถงฝ้าไปทำให้เย็นด้วยเครื่องแอร์ที่อยู่นอกตึก และส่งลมเย็นกลับมาทางท่อ Supply จ่ายยังบริเวณต่าง ๆ ภายในอาคาร
- เหนือฝ้าเป็นโถงหลังคา ไม่มีพื้นคอนกรีต
ด้วยสาเหตุเหล่านี้ เสียงจึงเดินทางอ้อมผ่านฝ้าออกมาได้ง่าย ยิ่งฝ้าที่ใช้เป็นฝ้าประเภทดูดซับเสียงและฝ้าทีบาร์ เสียงยิ่งทะลุผ่านฝ้าอ้อมข้ามผนังออกมาได้ง่ายมาก
ดังนั้นในการออกแบบตั้งแต่ต้น หากไม่สามารถก่อผนังชนท้องพื้นคอนกรีตและอุดรอยรั่วได้ แนะนำให้ทำฝ้าที่มีคุณสมบัติกันเสียงได้ เพื่อช่วยป้องกันเสียงทะลุออกไปภายนอก

ระบบผนังที่กันเสียงได้สำหรับห้องประชุม
ระบบผนังในการกั้นห้องประชุมแบ่งออกเป็น 2 ระดับ
1. ระดับไม่ซีเรียส STC 40

2. ระดับซีเรียส STC 50

ตำแหน่งประตูและหน้าต่างของห้องมีผลต่อเสียงอย่างไร
ตำแหน่งประตูมีผลต่อเสียงข้ามห้องด้วย แนะนำให้วางประตูในตำแหน่งที่เสียงเดินทางข้ามได้ยาก เช่น
- วางตำแหน่งให้ห่างกันมากที่สุด
- วางให้อยู่คนละด้านกัน
- ดีที่สุดคือทำประตูกั้นอีกชั้น เพื่อป้องกันเสียงให้ได้มากที่สุด

เสียงแอร์ช่วยกลบเสียงจากห้องประชุมได้อย่างไร
นอกจากการทำกันเสียงแล้ว ในที่ทำงานประจำของวิศวกรยังพบตัวช่วยที่ทำให้ห้องประชุมเก็บเสียงได้อย่างดีเยี่ยม นั่นคือเสียงแอร์
ค่าระดับเสียงแอร์ในออฟฟิศของวิศวกร เวลาเปิดแอร์ตั้งแต่ 8.00 – 17.00 น. ดังถึง 55-60 เดซิเบล เสียงแอร์จึงช่วยกลบเสียงที่ดังทะลุออกมาจากห้องประชุมจนแทบไม่ได้ยิน
วิธีนี้ได้ผลดีมากในกรณีที่คิดว่าคงทำอะไรกับผนังหรือฝ้าไม่ได้อีกแล้ว แนะนำให้ลองทำดู อย่างไรก็ตาม หากเสียงแอร์ดังเกินไปอาจรบกวนการทำงานของคนทำงานได้ จึงต้องลองปรับแก้ตามสถานการณ์
