ฉนวนกันเสียงในผนัง
แผ่นกันเสียงแบบไหนดีที่สุด
ตามหลักการที่ถูกต้อง แผ่นกันเสียงควรเป็นวัสดุประเภทเส้นใย (Fibrous absorber) ที่มีค่าการดูดซับเสียง NRC มากกว่า 0.7 และควรคำนึงถึงอายุการใช้งานด้วย คือทนน้ำได้ มีความหนาแน่นมากกว่า 30 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่ใช่วัสดุประเภทรูปิด (Closed cell) และไม่ติดไฟ
เมื่อรู้แล้วว่าแผ่นกันเสียงใช้งานอย่างไรและช่วยลดเสียงดังได้มากแค่ไหน คำถามต่อมาคือ แผ่นกันเสียงที่อยู่ในท้องตลาดแบบไหนดีที่สุด
แผ่นกันเสียงที่ถูกหลักการควรเป็นวัสดุแบบไหน
ตามหลักการที่ถูกต้อง แผ่นกันเสียงควรจะต้องเป็นวัสดุประเภทเส้นใย หรือ Fibrous absorber ที่มีค่าการดูดซับเสียง NRC มากกว่า 0.7 จึงจะเหมาะสม
ที่ต้องระบุเช่นนี้เพราะสินค้าหลายประเภทมองเห็นโอกาสการขายสินค้าในงานกันเสียง โดยการประยุกต์ใส่ไว้ในช่องว่างของผนังเบา หรือผนังก่ออิฐสองชั้น
อายุการใช้งานของวัสดุเส้นใย
นอกจากปัจจัยเรื่องการดูดซับเสียงของวัสดุชนิด fibrous absorber แล้ว ผู้ซื้อควรคำนึงถึงอายุการใช้งานของวัสดุประเภทเส้นใยด้วย
วัสดุประเภทเส้นใยมีความบอบบางและความคงทนน้อย ยิ่งถ้าเจอความชื้นหรือการสัมผัสน้ำโดยตรง จะทำให้วัสดุประเภทเส้นใยเสียหายได้เร็ว
ทำไมไม่ควรใช้เส้นใยอินทรีย์ (Organic fiber)
ในความเห็นของวิศวกร ไม่ควรใช้วัสดุประเภทเส้นใยชนิดที่เป็นวัตถุอินทรีย์ (Organic fiber) เพราะวัสดุพวกนี้อายุการใช้งานต่ำ มีโอกาสเป็นเชื้อรา และเป็นอาหารของปลวกได้

วัสดุเส้นใยความหนาแน่นน้อยยุบตัวง่าย
นอกจากนั้น วัสดุเส้นใยที่มีความหนาแน่นน้อยจะยุบตัวได้ง่าย โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน
การยุบตัวทำให้ภายในช่องว่างเกิดโพรงอากาศ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการกันเสียงของระบบผนังลดลง

ใช้ฉนวนกันความร้อนหรือแผ่นโฟมกันเสียงได้ไหม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการกรุฉนวนเข้าในผนังเพื่อเพิ่มการกันเสียง คือการใช้ฉนวนกันความร้อนแบบรูปิด (Closed cell) โดยเฉพาะพวกแผ่นโฟม
ฉนวนประเภทรูปิดไม่มีความพรุน ผนังที่กรุฉนวนประเภทนี้จึงกันเสียงได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ไม่ควรใช้วัสดุที่ติดไฟได้
ไม่ควรใช้วัสดุที่สามารถติดไฟได้มากรุในผนัง เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงของการเกิดไฟลุกไหม้ภายในอาคาร

สรุปคุณสมบัติที่สำคัญของแผ่นกันเสียงที่ใช้กรุภายในผนังเพื่อเพิ่มการป้องกันเสียง
- เป็นวัสดุประเภทเส้นใย มีรูพรุนสูง เพื่อให้พลังงานโดนดูดซับได้ดี
- มีความคงทน ทั้งภายในและภายนอกอาคาร จะต้องเลือกใช้เส้นใยที่สามารถทนน้ำได้ เช่น โพลีเอสเตอร์
- มีความหนาแน่นอย่างน้อย มากกว่า 30 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพื่อให้มีคุณสมบัติในการทำลายพลังงานเสียงได้ดี และมีความคงทนสูง
- ไม่ควรใช้วัสดุประเภทรูปิด ซึ่งน้ำหรืออากาศไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปในเนื้อวัสดุได้ ทำให้ขาดคุณสมบัติการกันเสียงเมื่อใส่ในผนัง