จำหน่ายแผ่นกันเสียง ราคาถูกได้ผลชัวร์

ให้คำแนะนำโดยวิศวกรจบด้านเสียงโดยตรง​

​ติดต่อสั่งซื้อ แผ่นกันเสียง หรือแผ่นซับเสียงที่ใส่ในผนัง สำหรับห้องเก็บเสียงทุกรูปแบบ

Mobile: 062-195-1909   Line id: satan_boat

ขี้เกียจอ่านเนื้อหา วิศวกรจะเล่าให้ฟังครับ !!!!

หากต้องการป้องกันเสียงจากฝ้า โคมไฟดาวไลท์ เป็นสิ่งต้องห้าม แนะนำให้ทำฝ้าซ่อนด้านข้าง หรือโคมไฟติดบนฝ้า (หรือที่เรียกว่าโคมไฟซลาลาเปาแทน)

รูปที่สอง ติดตั้งโครงผนังเบาเพิ่ม 1 ชั้น 

รูปที่สี่ ระหว่างทำฝ้าชั้นแรกให้ผูกลวดและแหย่ลวดทะลุฝ้าชั้นแรกลงมา เพื่อผูกโครงของฝ้าชั้นที่สอง ต่อไป

โดยรายละเอียดการติดตั้งผนังเป็นไปตามรูปด้านล่างนี้ ซึ่งการติดตั้งระบบผนังเบากันเสียงเข้าไปจะช่วยให้ค่าการกันเสียงเพิ่มสูงขึ้น

คอมเม้นต์จริงจากเจ้าของห้องที่ใช้ทำการติดตั้ง 

รูปที่สาม ติดตั้งหน้าต่างกันเสียงเข้าไป โดยกระจกด้านซ้ายจะเป็นบานตาย และด้านขวาเป็นบานเปิดเดียว โดยดึงเข้ามาในห้อง 

รูปที่สาม กรุฉนวนกันเสียงให้เต็มพื้นที่ผนัง 

เริ่มแก้ไขปัญหาเสียงรบกวนทีละส่วน !! โดยตามหลักการแล้วควรจะทำตามลำดับดังต่อไปนี้ 



จากประสบการณ์แล้ว เสียงจะเข้ามาทางหน้าต่างประตูมากที่สุด โดยถ้าจะแก้ไขปัญหาเสียงจากภายนอกเข้ามาภายในห้อง ให้แก้ไขหน้าต่างประตูกระจกก่อนครับ 


โดยหลายคนจะชอบสอบถามว่า รื้อหน้าต่างประตูเดิมแล้วใส่อันใหม่ที่กันเสียงได้ดีจะเวิร์คไหม คำตอบคือ ไม่เวิร์กเสมอไปครับ เพราะเคยเจอหลายเคสบ่อยๆ ที่แม้จะรื้อของเก่าออกและเปลี่ยนประตูหน้าต่างใหม่ไปแล้ว แต่กลายเป็นว่าเสียงก็ยังคงทะลุกระจก และผนังปูนตรงๆอยู่ดี แม้จะเงียบลงแต่ยังเงียบไม่พอสำหรับการใช้งาน 


ดังนั้นโซลูชั่นที่ทางวิศวกรแนะนำคือการ เสริมระบบผนังเบากันเสียง เพิ่มจากผนังเดิมไปเลยครับ จะปิดช่องประตู หน้าต่างไปเลย หรือหากยังต้องการแสงสว่างก็ให้ติดตั้งหน้าต่าง หรือประตูกันเสียงเพิ่มเข้าไปอีกชั้น โดยควรใช้ขนาดประตูหน้าต่างมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่รับได้  ซึ่งวิธีนี้มีประโยชน์หลายข้อคือ 


A) ทำให้ผนังเดิมกันเสียงดีขึ้นมาก 

B) ประตู หน้าต่าง อีกชั้น รวมกับของเก่าทำให้ยิ่งกันเสียงดีเพิ่มขึ้น 

C) การรื้อประตู หน้าต่างเดิมออก สร้างความเสียหายให้กับผนัง และถ้าเป็นคอนโด หรืออาคารที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของเอง ก็อาจจะไม่ยอมให้รื้อเปลี่ยน


โดยขั้นตอนในการติดตั้งมีดังต่อไปนี้ครับ 


กรณีแรก ทำผนังทับประตูหน้าต่างไปเลย ซึ่งวิธีนี้จะกันเสียงได้ดี แต่ก็ทำให้ช่องเปิดเพื่อให้แสงเข้า หรือการระบายอากาศหายไป 

รูปแรกทำการปิดหน้าต่างด้วยแผ่น ยิปซั่มก่อน 1 ชั้น 

รูปที่สี่ ปิดด้วยแผ่นยิปซั่ม 2 แผ่นประกบซ้อนกัน และฉาบรอยต่อให้เรียบร้อย อุดรอยรั่วทั้งหมดตามขอบข้างเพื่อป้องกันเสียงลอดผ่าน 

รูปที่หนึ่ง ผนังด้านที่เสียงเข้า โดยมีหน้าต่างบานเลื่อน ซึ่งเสียงเข้ามาง่ายจากรอยรั่วรอบๆ หน้าต่างบานเลื่อน 

รูปที่สาม เมื่อรื้อฝ้าฝ้าเดิมแล้ว ก็ทำการติดตั้งฝ้าชั้นแรก

รูปแรก ทำการรื้อฝ้าทีบาร์เดิมออก ฝ้าทีบาร์ แทบจะพูดได้ว่าไม่สามารถกันเสียงได้เลย 

รูปที่สอง ทำการติดตั้งระบบผนังกันเสียงรอบๆ หน้าต่าง เพื่อเพิ่มการกันเสียงให้กับผนังปูน และจะเป็นตัวรองรับกระจกกันเสียงชุดใหม่ที่จะติดเพิ่ม  

รูปที่สอง หากเป็นฝ้าฉาบเรียบเดิม ก็สามารถทำเพิ่มจากฝ้าเดิมได้โดยการเดินโครงด้านล่างของฝ้าเดิมดังรูป 

ข้อควรระวัง 


การป้องกันเสียงจากภายนอก อย่าไปหลงเชื่อคนขายที่ไร้จรรยาบรรณที่บอกว่า ให้ซื้อแผ่นซับเสียงใดๆ ก็ตามที่ทากาวแปะกับผนัง จะช่วยกันเสียงได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะการติดแผ่นซับเสียงแค่ลดเสียงสะท้อนในห้องเท่านั้น ถ้าในห้องเสียงไม่ได้ก้อง ก็จะไม่ช่วยอะไรเลย เสียงที่ทะลุผนังก็ยังทะลุเข้ามาเท่าเดิม 

เขียนโดย 
ภูมิใจ ประเสริฐกุลวงศ์ 
M.Eng Civil Enineer, Chulalongkorn University 
Msc. Sound and Vibration Studies , University of Southampton 


Mobile: 062-195-1909 
Line id: satan_boat 
E-mail: getbestsoundthailand@gmail.com

รูปที่ห้า กรุฉนวนกันเสียงบนโครงฝ้าชั้นที่สอง เพื่อเพิ่มการกันเสียง

หากเสียงที่เข้ามาในห้องเสียงดังมากๆ เช่นเสียงจากเครื่องบินบินผ่าน เสียงจากผับเทค หรือเสียงรถใหญ่วิ่งผ่าน เสียงที่ดังมากจะสามารถเข้ามาทางฝ้าชายคาและหลังคา ทะลุผ่านฝ้าและรูช่องดาวไลต์เข้ามาในห้อง

กรณีแบบนี้ หนีไม่พ้นอาจจะต้องทำฝ้า 2 ชั้น !!! 



คลิปทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงของระบบหน้าต่างกันเสียงที่ติดตั้งเพิ่มเข้าไป 

รูปที่ห้า ทำการปิดแผ่นฝ้าช้นที่สองหลังจากกรุฉนวนกันเสียงทั้งหมดแล้ว ฉาบรอยต่อและอุดรอยรั่วทั้งหมดให้เรียบร้อย 

กรณีที่สาม หากต้องการประตูเพื่อเปิดออกไปด้านนอกเช่น ระเบียงหรือภายนอกบ้าน

โดยประตูถือเป็นจุดอ่อนที่สำคัญในการป้องกันเสียงทางวิศวกรขอแบ่งสาเหตุการแก้ไขปัญหาเป็นดังต่อไปนี้


การติดตั้งประตูกันเสียงก็จะมีหลักการเหมือนกับติดตั้งหน้าต่างกันเสียง


สำหรับประตู เราจะทำผนังกันเสียงโดยให้ห่างจากผนังเดิมประมาณ 15 ซม เพื่อให้สามารถทำความสะอาดช่องว่าได้ 


ติดตั้งประตูกันเสียงแบบบานเปิดเดี่ยว โดยดึงเข้ามาภายในห้อง ดังแสดงในรูปด้านล่าง 


จะเห็นได้ชัดเจนว่า กระจก 2 ชั้น

(กระจกหนา 5 มิลลิเมตร และ 10 มิลลิเมตร โดยกระจกมีระยะห่างอย่างน้อย 10 เซนติเมตร)

ทำให้ค่า STC ของระบบเพิ่มขึ้นจาก 30 ไปเป็น STC 50

กรณีที่สอง หากไม่สามารถปิดทึบได้ทั้งหมดเลย อยากได้แสงหรือช่องเปิดระบายอากาศ การติดตั้งระบบกระจกที่กันเสียงได้ดี เช่น หน้าต่างวินเซอร์รุ่น Signature ที่ใช้กระจกความหนาอย่างน้อย 10 มม โดยถ้าเป็นกระจกลามิเนตก็จะยิ่งดี ข้อสำคัญคือห้ามใช้หน้าต่างแบบบานเลื่อนเด็ดขาด ต้องใช้เป็นหน้าต่างหรือประตูแบบบานเปิดเดี่ยวเท่านั้น !!!  เพราะหน้าต่างบานเลื่อนมีรอยรั่วเยอะทำให้เสียงลอดผ่านออกมาได้ดี 

เสียงเข้ามาภายในบ้านเราได้ยังไงกัน ??


เสียงเดินทางเข้ามาในบ้านเราผ่าน 2 ทาง คือ


1. เสียงพยายามเล็ดลอดเข้ามาตามรอยรั่ว ต่างๆ บริเวณโดยรอบบ้าน


2. เสียง ทะลุผ่านผนัง กระจก ประตู ทึบแต่มีน้ำหนักเบาเข้ามาได้ตรงๆ


เสียงจะชอบวิ่งเข้าหาตามรอยรั่วภายในบ้านได้ดี และเราจะได้ยินเสียงที่วิ่งผ่านตามรอยรั่วได้ชัดกว่าเสียงที่วิ่งทะลุผนังตรงๆ !!

ที่มาของเสียงรบกวนรอบบริเวณบ้านเดี่ยว


1. เสียงจากเครื่องขยายในที่สาธารณะ เช่น วัด โรงเรียน  ลานกิจกรรม ห้างสรรพสินค้า


2. เสียงจากยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ (ทั้งรถราง และรถไฟฟ้า)


3. เสียงจากกิจกรรมรอบๆ บ้าน เช่น มีการก่อสร้างใกล้ๆ บ้าน, เสียงเพื่อนบ้านเปิดลำโพงเสียงดัง หรือสังสรรค์พูดตะโกน โวยวาย

เทคนิคการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาในภายในบ้าน