จำหน่ายแผ่นกันเสียง ราคาถูก ได้ผลชัวร์

ให้คำแนะนำโดยวิศวกรจบด้านเสียงโดยตรง​

​​Mobile: 062-195-1909   Line id: satan_boat

2. กรุฉนวนกันเสียง ISO NOISE ภายในโครงให้เต็มพื้นที่ผนัง และปิดด้วยแผ่นยิปซ่ัม 12 มม 2 ชั้น 

คอมเม้นต์จริงจากเจ้าของห้องที่ใช้ทำการติดตั้ง 

4. ฉาบรอยต่อและอุดรอยรั่วทั้งหมด โดยห้ามทำการเจาะดาวไลต์เด็ดขาด 

3. ยิงแผ่นยิปซ่ัม อย่างน้อย 9 มม 2 ชั้น เพื่อให้ฝ้ามีประสิทธิภาพกันเสียงสูงสุด 

2.  กรุฉนวนกันเสียง ISO NOISE บนโครงฝ้าชั้นที่สอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันเสียง

1.  การติดตั้งโครงฝ้าชั้นที่สอง ใต้ฝ้าฉาบเรียบเดิม 

เขียนโดย 
ภูมิใจ ประเสริฐกุลวงศ์ 
M.Eng Civil Enineer, Chulalongkorn University 
Msc. Sound and Vibration Studies , University of Southampton 


Mobile: 062-195-1909 
Line id: satan_boat 
E-mail: getbestsoundthailand@gmail.com

1.  การติดตั้งโครงผนังเบาทับกำแพงเดิม โดยถ้าติดตั้งไม่ให้โครงสัมผัสผนังได้จะกันเสียงได้ดีขึ้น 

4. องค์ประกอบสุดท้ายคือประตู ประตูถือเป็นจุดอ่อนที่สำคัญในการป้องกันเสียงทางวิศวกรขอแบ่งสาเหตุการแก้ไขปัญหาเป็นดังต่อไปนี้


  -  ประตูบานเลื่อน  มีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงน้อยกว่าประตูบานเปิด เพราะมีรูรั้วทั่วบริเวณ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันเสียง คือการเพิ่มความหนาของกระจกอย่างน้อย 10 มิลลิเมตร หรือเพิ่มผ้าสักกะหลาดบริเวณรอยต่อเพื่อให้เสียงเดินทางผ่านได้ยาก

หรือทำการเพิ่มชุดประตูบานเลื่อนอีกชุด ให้มีระยะห่าง ระหว่างประตูอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันเสียงและง่ายต่อการทำความสะอาดช่องว่างระหว่างประตูทั้ง 2 ชุด


- ประตูบานเปิด ส่วนใหญ่ประตูบานเปิดในบ้านปัจจุบันจะเป็นประตูไม้อัดที่มีน้ำหนักเบา และไม่มีวงกบด้านล่าง  หากมีพื้นที่พอ และต้องการป้องกันเสียงที่มีความดังสูง แนะนำให้ทำห้องพัก และทำประตูอีกชุด ซึ่งเป็นประตูที่มีวงกบ รอบตัวบานทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งมีการซีลรอยต่อระหว่างตัวบานกับวงกบ



เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงโดยในการป้องกันเสียงที่ประสิทธิภาพ แนะนำให้ติดตั้งระบบประตูบานเปิดที่สามารถกันเสียงได้ ซ้อนภายในห้องอีกชุด เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงสูงสุด 


จะเห็นได้ชัดเจนว่า กระจก 2 ชั้น

(กระจกหนา 5 มิลลิเมตร และ 10 มิลลิเมตร โดยกระจกมีระยะห่างอย่างน้อย 10 เซนติเมตร)

ทำให้ค่า STC ของระบบเพิ่มขึ้นจาก 30 ไปเป็น STC 50

3. โดยปกติแล้วหน้าต่างที่ใช้โดยทั่วไป จะมีความหนาของกระจกเพียงแค่ 5 มิลลิเมตรเท่านั้น  ซึ่งมีค่า STC เท่ากับ 30  ซึ่งไม่พอสำหรับการป้องกันเสียง 


ในการประยุกต์ระบบหน้าต่างให้มีคุณสมบัติป้องกันเสียงที่เหมาะสม แนะนำให้เพิ่มระบบหน้าต่างที่มีคุณสมบัติในการป้องกันรอยรั่วบริเวณรอยต่อของบานหน้าต่างหรือวงกบเป็นอย่างดี  (หรือหน้าต่างบานตายจะป้องกันรอยต่อได้เป็นอย่างดี) แนะนำให้ใช้กระจกที่มีความหนา อย่างน้อย 10 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเสียง


หน้าต่างบานเปิดที่มีวงกบรอบทั้ง 4 ด้าน และมียางซีลรอบเพื่อป้องกันรอยต่อจะเหมาะสม กว่าหน้าต่างบานเลื่อน ซึ่งระบบบานเลื่อนมีรอยรั่วทั่วบริเวณ

มีคำถามว่าแล้วระบบฝ้าไม่จำเป็นต้องมีค่า STC ใกล้เคียงกับค่า STC ของระบบผนังหรือ ??


คำตอบคือ เสียงเดินทางจากแหล่งกำเนิดผ่านหลังคาและทะลุเข้าผ่านฝ้าเข้ามายังภายในห้อง มีอุปสรรค มากกว่าการเดินทางของเสียงจากแหล่งกำเนิดมายังผนัง ทำให้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบฝ้ากันเสียงที่ให้มีประสิทธิภาพสูง STC 45 ก็มีความเหมาะสมเพียงพอแล้ว

นอกจากนี้น้ำหนักของฝ้ากันเสียงไม่มากจนเกินไปจนเป็นภาระต่อโครงสร้างหลังคา

ผลการจำลองประสิทธิภาพของค่ากันเสียงเพิ่มขึ้น จาก STC 43 ไปเป็น 56

2. ทำการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบผนังก่ออิฐ ด้วยการติดตั้งโครงผนังเบายิปซั่มหรือไฟเบอร์ซีเมนต์ (ความหนาโครงอย่างน้อย 64 มิลลิเมตร) เข้ากับผนังเดิมของบ้าน และกรุภายในด้วยฉนวน ISO NOISE

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเสียง  


แนะนำให้ใช้แผ่นยิปซั่มหรือไฟเบอร์ซีเมนต์ความหนาอย่างน้อย 10 มิลลิเมตร ทำการติดตั้งให้ชนท้องฝ้าและยิงซิลิโคนอุดรอยรั่วทั้งหมดให้เรียบร้อย

หากต้องการป้องกันเสียงจากฝ้า โคมไฟดาวไลท์ เป็นสิ่งต้องห้าม แนะนำให้ทำฝ้าซ่อนด้านข้าง หรือโคมไฟติดบนฝ้า (หรือที่เรียกว่าโคมไฟซลาลาเปาแทน)

ผลการจำลองประสิทธิภาพของค่ากันเสียงเพิ่มขึ้น จาก STC 25 ไปเป็น 44 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงพอจะป้องกันเสียงได้

เริ่มแก้ไขปัญหาเสียงรบกวนทีละส่วน !!


1.ทำแก้ไขเสียงที่เข้ามาภายในบ้านโดยเริ่มจากฝ้าเพดานของห้องก่อน หากห้องนอนอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน แน่นอนว่าเสียงจากภายนอกจะเดินทางลอดช่องว่างระหว่างที่มีมากมายของหลังคาเข้ามาภายในบ้านและทะลุผ่านฝ้า และโคมดาวไลต์เข้ามายังภายในห้อง 


การแก้ไขแนะนำให้ถอดโคมไฟดาวไลต์ออกและใช้แผ่นยิปซั่มปิดรูของโคมไฟอุดรอยต่อด้วยซิลิโคน ก่อนทำการติดตั้งฝ้าฉาบเรียบความหนาฝ้าอย่างน้อย 12 มม. อีก 1 ชั้น  ควรให้ระดับฝ้าชั้นใหม่ต่ำกว่าฝ้าเดิมอย่างน้อย 10 เซนติเมตร และกรุ NoiseBloc ไว้ตรงกลางระหว่างฝ้าทั้ง 2 ชั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเสียง

หมายเลข 1    เสียงเดินทางลอดรอยต่อ

                         หลังคาและทะลุ โคมไฟ

                         ดาวไลท์เข้ามาภายในห้อง


หมายเลข 2    เสียงทะลุกระจกเข้ามาภายใน

                         ห้องตรงๆ

                         เนื่องจากกระจกหนาไม่พอที่จะ

                         ป้องกันเสียงได้


หมายเลข 3    เสียงเดินทางทะลุผนังทึบของ

                        ห้องเข้ามาโดย ตรงเนื่องจาก

                         ผนังมีน้ำหนักไม่มากพอ


หมายเลข 4    เสียงเดินทางลอดรอยต่อของ

                         วงกบประตูและหน้าต่างเข้า

                         มายังภายในห้อง

เสียงเข้ามาภายในบ้านเราได้ยังไงกัน ??


เสียงเดินทางเข้ามาในบ้านเราผ่าน 2 ทาง คือ


1. ทะลุผนัง กระจก ประตู ทึบแต่มีน้ำหนักเบาเข้ามาได้ตรงๆ


2. เสียงพยายามเล็ดลอดเข้ามาตามรอยรั่ว ต่างๆ บริเวณโดยรอบบ้าน


เสียงจะชอบวิ่งเข้าหาตามรอยรั่วภายในบ้านได้ดี และเราจะได้ยินเสียงที่วิ่งผ่านตามรอยรั่วได้ชัดกว่าเสียงที่วิ่งทะลุผนังตรงๆ !!

ที่มาของเสียงรบกวนรอบบริเวณบ้านเดี่ยว


1. เสียงจากเครื่องขยายในที่สาธารณะ เช่น วัด โรงเรียน  ลานกิจกรรม ห้างสรรพสินค้า


2. เสียงจากยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ (ทั้งรถราง และรถไฟฟ้า)


3. เสียงจากกิจกรรมรอบๆ บ้าน เช่น มีการก่อสร้างใกล้ๆ บ้าน, เสียงเพื่อนบ้านเปิดลำโพงเสียงดัง หรือสังสรรค์พูดตะโกน โวยวาย

เทคนิคการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาเสียงรบกวนภายในห้องนอน การออกแบบระบบผนังกันเสียงและระบบฝ้ากันเสียงภายในห้องนอน